5 สัญญาณเตือน Stroke อาการแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาล?

5 สัญญาณเตือน Stroke ที่ควรรู้และสังเกตให้ทัน

สัญญาณเตือน Stroke มักเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เช่น หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด มองเห็นผิดปกติ หรือเสียการทรงตัว หากสังเกตพบอาการเหล่านี้ แม้อาการจะเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ ไม่ควรรอดูอาการ เพราะโรคหลอดเลือดสมองเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการตรวจและรักษาโดยเร็ว

Stroke คืออะไร และเกิดจากสาเหตุใด?

Stroke หรือโรคหลอดเลือดสมอง เกิดจากหลอดเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงสมองตีบ อุดตัน หรือแตก ทำให้สมองบางส่วนได้รับเลือดและออกซิเจนไม่เพียงพอ ส่งผลให้การทำงานของร่างกายที่สมองส่วนนั้นควบคุมเกิดความผิดปกติ

อาการของผู้ป่วยแต่ละคนอาจแตกต่างกันตามตำแหน่งและความรุนแรงของสมองที่ได้รับผลกระทบ แต่จุดสังเกตสำคัญคือ อาการมักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน ต่างจากอาการอ่อนเพลียหรือชาตามร่างกายทั่วไปที่ค่อย ๆ เกิดขึ้น

5 สัญญาณเตือน Stroke ที่สังเกตได้

1. ใบหน้าเบี้ยวหรือมุมปากตก

ใบหน้าข้างหนึ่งอาจอ่อนแรง มุมปากตก หรือยิ้มแล้วใบหน้าสองข้างไม่เท่ากัน บางรายอาจมีน้ำลายไหลหรือควบคุมกล้ามเนื้อบริเวณปากได้ลดลง

2. แขนหรือขาอ่อนแรงเฉียบพลัน

มีอาการชา อ่อนแรง หรือยกแขนข้างหนึ่งค้างไว้ไม่ได้ โดยมักเกิดกับร่างกายเพียงด้านเดียว อาจร่วมกับการเดินลำบากหรือหยิบจับสิ่งของไม่ถนัด

3. พูดไม่ชัดหรือเข้าใจคำพูดได้ลดลง

ผู้ป่วยอาจพูดติดขัด ออกเสียงไม่ชัด เรียบเรียงคำไม่ได้ ตอบไม่ตรงคำถาม หรือไม่เข้าใจสิ่งที่ผู้อื่นพูด แม้ก่อนหน้านี้จะสื่อสารได้ตามปกติ

4. การมองเห็นหรือการทรงตัวผิดปกติ

อาจตามัว มองเห็นภาพซ้อน สูญเสียการมองเห็นบางส่วน เวียนศีรษะ เดินเซ หรือเสียการทรงตัวอย่างกะทันหัน โดยไม่มีสาเหตุที่อธิบายได้ชัดเจน

5. ปวดศีรษะรุนแรงอย่างฉับพลัน

อาการปวดศีรษะรุนแรงที่เกิดขึ้นทันที โดยเฉพาะเมื่อร่วมกับอาเจียน ซึมลง สับสน หรือหมดสติ อาจสัมพันธ์กับภาวะหลอดเลือดสมองแตกและต้องได้รับการช่วยเหลือฉุกเฉิน

พบสัญญาณ Stroke ควรทำอย่างไร?

หากพบอาการผิดปกติข้อใดข้อหนึ่ง ควรจดจำเวลาที่เริ่มมีอาการและโทรแจ้งสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ทันที ไม่ควรรอให้อาการหายเอง ไม่ควรให้ผู้ป่วยขับรถ และไม่ควรให้ยา อาหาร หรือน้ำ หากผู้ป่วยมีปัญหาการกลืนหรือระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนไป สามารถใช้หลัก BE-FAST ช่วยสังเกตอาการเบื้องต้นได้ ได้แก่

  • B – Balance: การทรงตัวผิดปกติ
  • E – Eyes: การมองเห็นเปลี่ยนไป
  • F – Face: หน้าเบี้ยวหรือมุมปากตก
  • A – Arms: แขนขาอ่อนแรง
  • S – Speech: พูดไม่ชัดหรือสื่อสารผิดปกติ
  • T – Time: รีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว

แม้อาการจะหายไปภายในเวลาไม่นาน ก็อาจเป็นภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดสมองในอนาคต จึงไม่ควรละเลย

หลัง Stroke ควรเริ่มฟื้นฟูเมื่อไร?

เมื่อผู้ป่วยผ่านการรักษาในระยะฉุกเฉินและอาการคงที่ แพทย์จะประเมินความพร้อมในการเริ่มฟื้นฟูตามอาการ ข้อจำกัด และภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยแต่ละราย การฟื้นฟูตั้งแต่ระยะแรกอย่างเหมาะสมช่วยลดผลกระทบต่อการใช้ชีวิต และช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาทำกิจวัตรประจำวันได้มากขึ้น ผู้ป่วย Stroke อาจต้องได้รับการฟื้นฟูหลายด้าน เช่น การเคลื่อนไหวและการทรงตัว การใช้มือและการทำกิจวัตรประจำวัน การกลืน การสื่อสาร รวมถึงการดูแลด้านอารมณ์และการปรับตัวของครอบครัว เป้าหมายไม่ได้หมายถึงการกลับมาเหมือนเดิมทุกประการ แต่เป็นการช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตได้ดีที่สุดภายใต้ข้อจำกัดที่มี

โปรแกรมฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ของ ONE VELA ดูแลโดยทีมสหวิชาชีพ เพื่อประเมินอาการและร่วมวางแผนฟื้นฟูให้เหมาะกับเป้าหมายของผู้ป่วยแต่ละราย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสัญญาณเตือน Stroke

Q: สัญญาณเตือน Stroke ต้องเกิดครบทุกข้อหรือไม่?

A: ไม่จำเป็น ผู้ป่วยอาจมีเพียงอาการเดียว เช่น หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัด หากอาการเกิดขึ้นอย่างฉับพลันควรถือเป็นภาวะฉุกเฉินและรีบขอความช่วยเหลือ

Q: อาการ Stroke สามารถหายไปเองได้หรือไม่?

A: อาการอาจดีขึ้นหรือหายไปชั่วคราวได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าปลอดภัย เพราะอาจเป็นภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว ซึ่งควรได้รับการตรวจหาสาเหตุและประเมินความเสี่ยงโดยเร็ว

Q: เวียนศีรษะแบบไหนที่อาจเป็นสัญญาณ Stroke?

A: ควรระวังอาการเวียนศีรษะที่เกิดขึ้นทันทีและร่วมกับเดินเซ เสียการทรงตัว มองเห็นภาพซ้อน พูดไม่ชัด หรือแขนขาอ่อนแรง เพราะอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบประสาท

Q: ผู้ป่วย Stroke ทุกคนต้องเข้ารับการฟื้นฟูหรือไม่?

A: ความจำเป็นและรูปแบบการฟื้นฟูขึ้นอยู่กับอาการและข้อจำกัดของแต่ละคน ผู้ป่วยควรได้รับการประเมินด้านการเคลื่อนไหว การกลืน การสื่อสาร การรับรู้ และกิจวัตรประจำวัน เพื่อกำหนดแผนฟื้นฟูที่เหมาะสมและปลอดภัย

Q: หลัง Stroke ควรเริ่มทำกายภาพเมื่อไร?

A: ควรเริ่มเมื่อผู้ป่วยได้รับการประเมินจากแพทย์และมีอาการคงที่เพียงพอสำหรับการฟื้นฟู ระยะเวลาและรูปแบบการทำกายภาพแตกต่างกันตามความรุนแรงของโรค ภาวะแทรกซ้อน และความสามารถของผู้ป่วยแต่ละราย

Q: ผู้ป่วย Stroke แบบไหนควรเข้ารับการฟื้นฟู?

A: ผู้ป่วยที่มีอาการอ่อนแรง เดินลำบาก ใช้มือหรือแขนขาได้ลดลง กลืนลำบาก พูดหรือสื่อสารได้ลดลง รวมถึงผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองในกิจวัตรประจำวันได้น้อย ควรได้รับการประเมินเพื่อวางแผนฟื้นฟูที่เหมาะสม

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากบุคลากรทางการแพทย์ได้ หากมีอาการสงสัย Stroke ควรโทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันที

วางแผนฟื้นฟูผู้ป่วย Stroke กับทีม ONE VELA

มีผู้ป่วย Stroke ที่พ้นระยะวิกฤตและต้องการวางแผนฟื้นฟู? สอบถามข้อมูลและนัดประเมินเบื้องต้นกับทีมฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองของ ONE VELA ได้

 

ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย: นพ. สุธี ศิริเวชฎารักษ์

ความเชี่ยวชาญ: แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke Rehabilitation) และผู้ป่วยโรคทางระบบประสาท (Neurological Regabilitation)

โรงพยาบาลวันเวลา อินเตอร์เนชั่นแนล 

ลงทะเบียนปรึกษาแพทย์ ฟรี

ชื่อ-นามสกุล *
สิ่งที่ต้องการรับบริการจากโรงพยาบาลวันเวลา *
กรุณาระบุ ข้อมูลอาการของคนไข้ กรณีต้องการนัดหมายปรึกษากับแพทย์ เพื่อคัดกรอง ประเมินอาการ และนำส่งให้คุณหมอทราบข้อมูลคนไข้เบื้องต้น ดังนี้ *
1. คนไข้เพศ *
2.คนไข้อายุ *
3.คนไข้เป็นมะเร็งส่วนใด หรือ มีอาการขณะนี้โดยละเอียด (การสื่อสาร การรับประทานอาหาร การช่วยเหลือตัวเอง มีอุปกรณ์ทางการแพทย์หรือไม่และอื่นๆ) *
4.ปัจจุบันพักรักษาตัวที่รพ. ใด หรือ พักรักษาที่บ้าน *

บทความอื่นๆ

ครอบครัวพูดให้กำลังใจผู้ป่วยระยะสุดท้ายอย่างเข้าใจ

ผู้ป่วยระยะสุดท้ายมีอาการอย่างไร? พร้อมวิธีพูดให้กำลังใจอย่างเข้าใจความรู้สึก

ผู้ป่วยระยะสุดท้ายอาจมีอาการอ่อนเพลียมากขึ้น นอนหลับนาน รับประทานอาหารได้น้อย หายใจเปลี่ยนแปลง สับสน หรือมีมือเท้าเย็น แต่อาการและระยะเวลาจะแตกต่างกัน

Read More »
บริการ Home Care ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่บ้าน

Home Care คืออะไร? บริการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่บ้าน

Home Care คือบริการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน โดยวางแผนตามภาวะสุขภาพ ความสามารถในการช่วยเหลือตนเอง และเป้าหมายของผู้ป่วยกับครอบครัว เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป

Read More »
ผู้ดูแลพูดคุยกับผู้ป่วยและทีมดูแลอย่างเข้าใจ

Caregiver Burden คืออะไร? ภาระของผู้ดูแลที่ไม่ควรมองข้าม

Caregiver Burden คือ ภาระทางร่างกาย จิตใจ สังคม และการเงินที่เกิดขึ้นจากการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ผู้ดูแลอาจรู้สึกเหนื่อย เครียด กังวล หรือไม่มีเวล

Read More »