บางครั้ง สิ่งที่เหนื่อยที่สุดของการดูแลคนที่เรารัก กลับไม่ใช่การต้องทำอะไรให้เขาอย่างมากมาย แต่คือการนั่งเฉย ๆ และเฝ้ามองเขาค่อย ๆ แย่ลง พร้อมกับต้องยอมรับว่าจะไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิม
ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวของผู้ป่วยระยะสุดท้ายเป็นจำนวนมาก บางคนรู้สึกเศร้าทั้งที่คนที่รักยังมีชีวิตอยู่ บางคนร้องไห้กับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น หรือบางคนรู้สึกถึงความพลัดพรากทั้งที่ยังมีเขานอนอยู่ตรงหน้า
ความรู้สึกเช่นนี้มีชื่อว่า anticipatory grief หรือความโศกเศร้าที่เกิดล่วงหน้าก่อนการสูญเสียจริง
ซึ่งไม่ได้เกิดจากความอ่อนแอ หรือความรักที่ลดน้อยถอยลงแต่อย่างใด ตรงกันข้าม ความปวดร้าวนี้เกิดขึ้นเพราะความรักที่มากเกินกว่าจะทนเห็นคนสำคัญในชีวิตจากไปได้ต่อหน้าต่อตา
หากลองหยุดอยู่กับความเศร้านั้นสักครู่ แล้วถามตัวเองว่า “เรากำลังเศร้าเพราะอะไร ?”
เราอาจค้นพบว่าความเศร้าไม่ได้เกิดจากการที่เขากำลังจะจากไปเพียงอย่างเดียว แต่ผสมปนเปไปกับบางสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจ โดยที่ยังไม่มีโอกาสได้แก้ไขหรือจัดการ
ซึ่งหากระลึกได้ถึงความค้างคา ช่วงเวลานี้ คือโอกาสสุดท้ายที่จะได้สะสางทุกสิ่งที่คั่งค้างต่อกัน ถ้ายังไม่ได้ทำสิ่งใด ก็รีบทำเสียตั้งแต่เวลานี้ เพื่อเมื่อวันหนึ่งที่เขาจากไป สิ่งเหล่านี้จะได้ไม่คงค้างอยู่กับเราของคำตัดพ้อว่า “ถ้าวันนั้นได้ทำก็คงดี”
เมื่อรู้ว่าเวลาเหลือน้อย การจมอยู่กับความเสียดายคงไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ
เพราะเวลาที่เหลืออยู่ยังไม่ใช่เวลาที่หายไป จึงไม่ควรเอาแต่เศร้ากับวันที่เขาจะไม่อยู่ จนลืมไปว่าวันนี้เขายังอยู่สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดในช่วงนี้ จึงไม่ใช่การพยายามทำให้เขาหายป่วย หรือยื้อชีวิตออกไปให้ยาวนาน แต่คือการทำให้เวลาที่เหลืออยู่นี้มีความหมายมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งอาจเป็นการกินอาหารที่ชื่นชอบ เปิดเพลงที่เคยฟังร่วมกัน ดูรูปเก่า ๆ เล่าเรื่องเดิม ๆ จับมือกัน กอดกัน หรือบางครั้งก็ไม่ต้องทำอะไรเลย เพียงแค่นั่งอยู่ข้าง ๆ กันก็พอ
เพราะในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต ความสุขอาจไม่ได้หมายถึงการมีสิ่งใหม่ ๆ เกิดขึ้น แต่ความสุขอาจคือการได้มีเวลาอยู่กับคนเดิม ในสถานที่เดิม และยังมีโอกาสบอกกันว่า “ดีนะที่เรายังได้อยู่ด้วยกัน”
การยอมรับการสูญเสีย ไม่ได้หมายความว่าเราต้องรีบสูญเสียเขาไปตั้งแต่วันนี้
เราไม่ได้ปฏิเสธสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น เพียงแต่อย่าให้ความท้อใจทั้งหลายมาขโมยเวลาอันมีค่าที่เหลืออยู่นี้ไปจากเรา
เพราะตราบใดที่ความพลัดพรากยังมาไม่ถึง นั่นแปลว่าเรายังมีวันนี้ และบางที วันนี้นี่เอง คือของขวัญชิ้นสุดท้ายที่ชีวิตได้เปิดโอกาสให้เรามอบสู่กันและกัน
ก่อนที่คำว่า “พรุ่งนี้” จะไม่มีสำหรับเราอีกต่อไป
ความเศร้าบอกเราว่ากำลังจะสูญเสียใครบางคน
แต่ความรักจะช่วยย้ำเตือนว่า
“เขายังคงอยู่ตรงนี้กับเรา”
บทความโดย นพ.ภิญโญ ศรีวีระชัย
Dr. Pinyo Sriveerachai, M.D.
Palliative care Specialist (ว.) : 26339
ให้เราช่วยดูแลคนที่คุณรักในช่วงเวลาสำคัญที่สุดของชีวิต
หากคุณกำลังมองหาโรงพยาบาลดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายหรือศูนย์ดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง ทีมแพทย์ของโรงพยาบาลวันเวลาอินเตอร์เนชั่นแนล พร้อมให้คำแนะนำและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยและครอบครัว เราพร้อมดูแลทั้งด้านร่างกายและจิตใจเพื่อให้ทุกช่วงเวลามีคุณค่า เต็มไปด้วยความสงบ และความหมาย





