วิธีดูแลผู้ป่วยติดเตียงอย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงแผลกดทับ

ดูแลผู้ป่วยติดเตียงเพื่อลดความเสี่ยงแผลกดทับ
ผู้ป่วยติดเตียงมีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับ ภาวะติดเชื้อ กล้ามเนื้อลีบ และภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้ง่าย หากได้รับการดูแลไม่เหมาะสม การพลิกตะแคงตัวอย่างสม่ำเสมอ ดูแลโภชนาการ รักษาความสะอาดของผิวหนัง และเฝ้าระวังสัญญาณผิดปกติอย่างใกล้ชิด จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนและช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างมาก การดูแลผู้ป่วยติดเตียงไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือในกิจวัตรประจำวันเท่านั้น แต่ยังเป็นการดูแลทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ของผู้ป่วยในระยะยาว โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หรือผู้ป่วยที่อยู่ในระยะท้ายของโรค ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องจากบุคลากรที่มีความรู้และประสบการณ์ ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงมีสาเหตุมาจากโรคหลอดเลือดสมอง หากต้องการข้อมูลการฟื้นฟูและการดูแลเฉพาะทาง สามารถติดต่อศูนย์ดูแลผู้ป่วย Stroke ซึ่งมีแนวทางการดูแลที่ช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว

ทำไมผู้ป่วยติดเตียงจึงเสี่ยงเกิดแผลกดทับและภาวะแทรกซ้อน

แผลกดทับเกิดจากแรงกดทับบริเวณผิวหนังและเนื้อเยื่อเป็นเวลานาน ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อไม่เพียงพอ จนเกิดการทำลายของผิวหนังและเนื้อเยื่อชั้นลึก โดยมักพบได้บริเวณปุ่มกระดูก เช่น สะโพก ก้นกบ ส้นเท้า ข้อศอก และหัวไหล่ ผู้ป่วยติดเตียงมักมีการเคลื่อนไหวร่างกายจำกัด จึงเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะขาดสารอาหาร กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ หรือมีโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือด นอกจากแผลกดทับแล้ว ยังมีภาวะแทรกซ้อนอื่นที่พบได้บ่อย ได้แก่
  • ปอดอักเสบจากการนอนติดเตียงเป็นเวลานาน
  • กล้ามเนื้อลีบและข้อติด
  • ภาวะขาดสารอาหาร
  • การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
  • ภาวะซึมเศร้าหรือความเครียดสะสม
  • ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ
การป้องกันภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยลดโอกาสการเข้ารับการรักษาซ้ำในโรงพยาบาล และช่วยให้ผู้ป่วยมีความสบายตัวมากขึ้นในชีวิตประจำวัน

วิธีดูแลผู้ป่วยติดเตียงอย่างถูกต้องในชีวิตประจำวัน

การดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่มีประสิทธิภาพควรครอบคลุมหลายด้านควบคู่กันไป ไม่ใช่เพียงการดูแลเรื่องอาหารหรือการทำความสะอาดเท่านั้น

พลิกตะแคงตัวอย่างสม่ำเสมอ

การเปลี่ยนท่านอนทุก 2 ชั่วโมง เป็นวิธีสำคัญที่สุดในการลดความเสี่ยงแผลกดทับ เพราะช่วยลดแรงกดบริเวณเดิมซ้ำ ๆ และกระตุ้นการไหลเวียนเลือด หากผู้ป่วยไม่สามารถขยับตัวเองได้ ผู้ดูแลควรจัดท่านอนสลับซ้าย ขวา และนอนหงายอย่างเหมาะสม พร้อมใช้หมอนรองตามจุดต่าง ๆ เพื่อลดแรงกดบนปุ่มกระดูก

ดูแลความสะอาดของผิวหนัง

ผิวหนังที่เปียกชื้นจากเหงื่อ ปัสสาวะ หรืออุจจาระ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดแผลกดทับได้ง่ายขึ้น ควรทำความสะอาดผิวหนังทุกวัน ซับให้แห้ง และใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสมเพื่อรักษาความชุ่มชื้น ไม่ให้ผิวแห้งแตกหรือระคายเคือง

ส่งเสริมโภชนาการที่เหมาะสม

ร่างกายต้องการสารอาหารเพียงพอเพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อและรักษาสมดุลของระบบต่าง ๆ อาหารสำหรับผู้ป่วยติดเตียงควรเน้น
  • โปรตีนคุณภาพดี
  • ผักและผลไม้หลากหลายชนิด
  • น้ำดื่มที่เพียงพอ
  • วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น
ผู้ป่วยที่มีปัญหาในการรับประทานอาหารควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือนักโภชนาการเพื่อป้องกันภาวะขาดสารอาหาร

กระตุ้นการเคลื่อนไหวและกายภาพบำบัด

แม้ผู้ป่วยจะไม่สามารถเดินได้ แต่การขยับแขน ขา และข้อต่อต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ ช่วยลดปัญหาข้อติด กล้ามเนื้อลีบ และช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะเรื้อรังหรืออยู่ในช่วงฟื้นฟูการดูแลโดยทีมสหสาขาวิชาชีพในศูนย์ดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองสามารถช่วยวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายและเป้าหมายการรักษาของแต่ละบุคคลได้

สัญญาณเตือนแผลกดทับที่ผู้ดูแลไม่ควรมองข้าม

สัญญาณเริ่มต้นของแผลกดทับ

  • ผิวหนังแดงคล้ำผิดปกติ
  • กดแล้วสีผิวไม่จางลง
  • ผิวหนังอุ่นกว่าบริเวณรอบข้าง
  • มีอาการบวมหรือแข็งตึง
  • ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บหรือไม่สบายบริเวณนั้น
  • เริ่มมีตุ่มพองหรือผิวหนังถลอก
แผลกดทับในระยะแรกมักไม่แสดงอาการรุนแรง ทำให้หลายครอบครัวสังเกตไม่ทัน จนลุกลามกลายเป็นแผลลึกที่รักษายาก สัญญาณเริ่มต้นที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ ผิวหนังแดงคล้ำบริเวณปุ่มกระดูก เมื่อกดแล้วสีไม่จางลง ผิวหนังอุ่นกว่าปกติ มีอาการบวม หรือผู้ป่วยรู้สึกเจ็บบริเวณดังกล่าว หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแล อาจพัฒนาเป็นแผลเปิด มีหนอง ติดเชื้อ และลุกลามเข้าสู่ชั้นกล้ามเนื้อหรือกระดูกได้ ดังนั้นผู้ดูแลควรตรวจผิวหนังของผู้ป่วยทุกวัน โดยเฉพาะบริเวณก้นกบ สะโพก ส้นเท้า และข้อศอก เพื่อให้สามารถรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

เมื่อใดควรพิจารณาดูแลผู้ป่วยติดเตียงโดยทีมวิชาชีพ

หลายครอบครัวเผชิญความท้าทายในการดูแลผู้ป่วยติดเตียงเป็นเวลานาน ทั้งภาระทางร่างกาย อารมณ์ และความรู้ทางการแพทย์ที่จำเป็นในการดูแลผู้ป่วยอย่างถูกต้อง หากผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อนหลายด้าน ต้องให้อาหารทางสายยาง มีแผลกดทับ ต้องการกายภาพบำบัดต่อเนื่อง หรืออยู่ในระยะท้ายของโรค การได้รับการดูแลจากทีมแพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัด และผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลแบบองค์รวม จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและลดภาระของครอบครัวได้อย่างมีนัยสำคัญ One Vela Hospital เป็นโรงพยาบาลดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่ให้บริการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองอย่างครบวงจร โดยมุ่งเน้นการดูแลทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีความสบายสูงสุดและมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในทุกช่วงเวลาของการรักษา ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้ป่วยระยะท้าย ผู้ป่วย Stroke หรือผู้ที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดในระยะยาว ทีมดูแลของ One Vela Hospital พร้อมวางแผนการดูแลเฉพาะบุคคล เพื่อให้ทั้งผู้ป่วยและครอบครัวได้รับความอุ่นใจตลอดเส้นทางการรักษา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผู้ป่วยติดเตียง

ผู้ป่วยติดเตียงควรพลิกตัวบ่อยแค่ไหน?

โดยทั่วไปควรเปลี่ยนท่าทุก 2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันแรงกดทับสะสม ลดโอกาสเกิดแผลกดทับ และช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดให้ดีขึ้น

ผู้ป่วยติดเตียงสามารถฟื้นตัวกลับมาเดินได้หรือไม่?

ขึ้นอยู่กับสาเหตุของการติดเตียง อายุ สุขภาพโดยรวม และการได้รับกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง อาจสามารถฟื้นฟูสมรรถภาพจนกลับมาเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น

ที่นอนลมช่วยป้องกันแผลกดทับได้จริงหรือไม่?

ที่นอนลมช่วยกระจายแรงกดทับและลดความเสี่ยงแผลกดทับได้ แต่ยังจำเป็นต้องพลิกตัวผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอควบคู่กันไป ไม่สามารถใช้แทนการดูแลพื้นฐานได้ทั้งหมด

ผู้ป่วยติดเตียงควรรับประทานอาหารแบบใด?

ควรได้รับอาหารที่มีโปรตีนสูง พลังงานเพียงพอ และมีวิตามินแร่ธาตุครบถ้วน เพื่อช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ และช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ

เมื่อไรควรพาผู้ป่วยติดเตียงพบแพทย์?

หากพบแผลกดทับ ผิวหนังแดงผิดปกติ มีไข้ หายใจเหนื่อย รับประทานอาหารได้น้อยลง ซึมลง หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันทีเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจรุนแรงขึ้น

ลงทะเบียนปรึกษาแพทย์

ชื่อ-นามสกุล *
สิ่งที่ต้องการรับบริการจากโรงพยาบาลวันเวลา *
กรุณาระบุ ข้อมูลอาการของคนไข้ กรณีต้องการนัดหมายปรึกษากับแพทย์ เพื่อคัดกรอง ประเมินอาการ และนำส่งให้คุณหมอทราบข้อมูลคนไข้เบื้องต้น ดังนี้ *
1. คนไข้เพศ *
2.คนไข้อายุ *
3.คนไข้เป็นมะเร็งส่วนใด หรือ มีอาการขณะนี้โดยละเอียด (การสื่อสาร การรับประทานอาหาร การช่วยเหลือตัวเอง มีอุปกรณ์ทางการแพทย์หรือไม่และอื่นๆ) *
4.ปัจจุบันพักรักษาตัวที่รพ. ใด หรือ พักรักษาที่บ้าน *

บทความอื่นๆ

แพทย์และพยาบาลดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง

การดูแลแบบประคับประคองเหมาะกับผู้ป่วยระยะไหน?

การดูแลแบบประคับประคอง ไม่ได้มีไว้เฉพาะผู้ป่วยในช่วงสุดท้ายของชีวิตเท่านั้น แต่สามารถเริ่มได้ตั้งแต่ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเรื้อรังหรือโรคร

Read More »
เป้าหมายของการดูแลแบบประคับประคอง

เป้าหมายของการดูแลแบบประคับประคองคืออะไร?

การดูแลแบบประคับประคองมีเป้าหมายสำคัญคือการช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด แม้โรคจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยเน้นการบรรเทาความทุกข์ทรมานทั้

Read More »

อาการเตือน Ischemic Stroke ที่ไม่ควรมองข้าม

Ischemic Stroke หรือโรคหลอดเลือดสมองตีบเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่เกิดจากการอุดตันของหลอดเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงสมอง ส่งผลให้เซลล์สมองขาดออกซิเจนและ

Read More »